วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

การแจ้งความคนหาย ไม่มีกฏหมายข้อใดระบุว่าต้องรอให้เวลาผ่านไป 24 ชั่วโมงจึงจะแจ้งความได้ ญาติสามารถไปสถานีตำรวจท้องที่ที่คนหาย เพื่อแจ้งความและให้รายละเอียดกับพนักงานสอบสวน และควรขอสำเนาบันทึกประจำวันและหมายเลขโทรศัพท์มือถือของพนักงานสอบสวน เพื่อประสานงานหรือสอบถามความคืบหน้าด้วย ปัญหาที่ญาติคนหายพบเสมอในการแจ้งความ คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความ โดยให้เหตุผลว่า คนหายยังหายไปไม่ถึง 24 ชั่วโมง ถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของผู้ปฏิบัติ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจใช้ดุลพินิจในการไม่รับแจ้งความกรณีไม่สมเหตุสมผล เช่น คนหายขาดการติดต่อ หรือกลับบ้านคลาดเคลื่อนจากเวลาปกติ แต่ถ้าเป็นกรณีเด็กเล็ก คนชรา หรือผู้ป่วยที่มีอาการทางสมอง สามารถแจ้งความได้ทันที ก่อนหน้านี้มูลนิธิกระจกเงา ได้รณรงค์ให้มีการปรับเปลี่ยนทัศนคติของตำรวจผู้ปฏิบัติงาน และต้องมีกระบวนการสืบสวนติดตามในทันที เพราะช่วงเวลา 48 ชั่วโมงแรกถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการค้นหา โดยหลังจากคดี"น้องการ์ตูน" สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำชับพนักงานสอบสวนทุกท้องที่ให้รับแจ้งความคนหายในทุกกรณี และทำการสืบสวนสอบสวนตามหาคนหายทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมง
4 วิธีเลี่ยงเมื่อยจากการทำงาน! 1. จัดท่านั่งให้เหมาะสม: นั่งให้คอและหลังตรง พิงพนักเก้าอี้ พยายามกดไหล่และสะบักลงเพื่อป้องกันการนั่งหลังค่อม เวลาพิมพ์งาน ให้วางมือและแขนโดยงอศอกทำมุม 90 องศา ท่านั่งที่ถูกคือให้ข้อสะโพก เข่าและข้อเท้าทำมุม 90 องศา จะช่วยลดอาการตึงกล้ามเนื้อหรือข้อต่อที่เกิดขึ้นจากท่านั่งที่ไม่ดี 2. ทุกๆ ชั่วโมงให้เปลี่ยนอิริยาบทในการนั่ง และทุกๆ 15 นาที ควรพักสายตาบ้าง 3. หากปวดบ่า คอ ไหล่หรือสะบัก ให้ประคบอุ่นประมาณ 20 – 30 นาทีหรืออาบน้ำอุ่นให้ไหลผ่านกล้ามเนื้อที่ตึง และนอนพัก เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายความตึง 4. ออกกำลังกายเป็นประจำเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ไม่ค่อยได้ใช้และเพื่อผ่อนคลาย

อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์

โรคเกาต์เกิดจาก กรดยูริกที่เป็นตัวการทำให้ข้ออักเสบ ซึ่งกรดยูริกนี้เกิดมาจาก สารพิวรีน ที่มีอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว และมาจากอาหารที่รับประทานเข้าไป ซึ่งการควบคุมกินก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยควบคุมกรดยูริกได้ มาดูกันว่าอาหารแบบไหนที่มี สารพิวรีน ห้ามกิน และอาหารแบบไหนที่ผู้ป่วยโรคเกาต์สามารถกินได้ - ควรงดเว้น ตับ น้ำต้มเนื้อ น้ำสกัดจากเนื้อเข้มข้น ปลาไส้ตัน น้ำปลาและกะปิที่ทำจากปลาไส้ตัน ปลาซาร์ดีน ยีสต์ และอาหารที่ใช้ยีสต์หมัก เช่น เบียร์ หอยเชลล์ ปลาทู ปลารัง เนื้อไก่ เป็ด นก ไข่ปลา เพราะเป็นอาหารที่มีสารพิวรีนมาก - กินได้ในปริมาณที่จำกัด คือ เนื้อวัว กระเพาะ ผ้าขี้ริ้ว เอ็น เนื้อหมู เนื้อปลา ปู กุ้ง หอย ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วดำ หน่อไม้ฝรั่ง ผักขม เห็ด ดอกกะหล่ำ ชะอม กระถิน มีสารพิวรีนปานกลาง - กินได้โดยไม่แสดงอาการ คือ ข้าว ขนมจีน เส้นก๋วยเตี๋ยว วุ้นเส้น บะหมี่ ขนมปังปอนด์ ข้าวโพด แคร็กเกอร์สีขาว มักกะโรนี นม ผลิตผลจากนม ไข่ น้ำมัน น้ำมันพืช น้ำมันหมู กะทิ เนย ผักผลไม้ทุกชนิด เกาลัด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ขนมหวานต่างๆ เค้ก คุกกี้ เครื่องดื่ม กาแฟ ชา โกโก้ ช็อกโกแลต ซึ่งมีสารพิวรีนน้อย หรือเกือบไม่มีเลย นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคเกาต์ ควรดื่มน้ำวันละมากๆ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

5 สัญญาณ เสี่ยงเบาหวาน

1. ปัสสาวะบ่อยๆ และจำนวนมาก จากการที่ไตกรองน้ำตาลออกมาสู่ปัสสาวะ และดึงน้ำออกมาด้วย ฉะนั้นยิ่งน้ำตาลในเลือดสูงมากขึ้นเท่าใดก็ยิ่งทำให้ผู้ป่วยเบาหวานถ่ายปัสสาวะบ่อยและจำนวนมากขึ้นเท่านั้น 2. น้ำหนักลด ผอมลงและอ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากร่างกายเอาน้ำตาลไปใช้พลังงานไม่ได้เพราะขาดอินซูลิน จึงมีการสลายพลังงานจากไขมันและโปรตีนที่เก็บสะสมมาใช้เป็นพลังงานแทน จึงทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและน้ำหนักลดลง 3. คอแห้ง กระหายน้ำและดื่มน้ำมาก เนื่องจากร่างกายเสียน้ำทางปัสสาวะจำนวนมาก จึงเกิดการขาดน้ำทำให้กระหายน้ำมาก ดื่มน้ำบ่อยเพื่อชดเชยส่วนที่เสียไป 4. หิวบ่อย และกินมากขึ้น เป็นผลจากร่างกายขาดพลังงานเนื่องจากไม่สามารถนำน้ำตาลกลูโคสในเลือดไปใช้ได้ร่วมกับมีการสลายเนื้อเยื่อต่างๆภายในร่างกาย เพื่อชดเชยภาวะนี้จึงมีอาการหิวบ่อยและกินจุ 5. มีแผลหายยาก มีการติดเชื้อตามผิวหนัง เนื่องจากความสามารถของเม็ดเลือดขาวในการกำจัดเชื้อโรคลดลงหรือคันตามผิวหนัง มีการติดเชื้อราโดยเฉพาะบริเวณที่อับ ช่องคลอด และชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า 1. ปัสสาวะบ่อยๆ และจำนวนมาก จากการที่ไตกรองน้ำตาลออกมาสู่ปัสสาวะ และดึงน้ำออกมาด้วย ฉะนั้นยิ่งน้ำตาลในเลือดสูงมากขึ้นเท่าใดก็ยิ่งทำให้ผู้ป่วยเบาหวานถ่ายปัสสาวะบ่อยและจำนวนมากขึ้นเท่านั้น 2. น้ำหนักลด ผอมลงและอ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากร่างกายเอาน้ำตาลไปใช้พลังงานไม่ได้เพราะขาดอินซูลิน จึงมีการสลายพลังงานจากไขมันและโปรตีนที่เก็บสะสมมาใช้เป็นพลังงานแทน จึงทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและน้ำหนักลดลง 3. คอแห้ง กระหายน้ำและดื่มน้ำมาก เนื่องจากร่างกายเสียน้ำทางปัสสาวะจำนวนมาก จึงเกิดการขาดน้ำทำให้กระหายน้ำมาก ดื่มน้ำบ่อยเพื่อชดเชยส่วนที่เสียไป 4. หิวบ่อย และกินมากขึ้น เป็นผลจากร่างกายขาดพลังงานเนื่องจากไม่สามารถนำน้ำตาลกลูโคสในเลือดไปใช้ได้ร่วมกับมีการสลายเนื้อเยื่อต่างๆภายในร่างกาย เพื่อชดเชยภาวะนี้จึงมีอาการหิวบ่อยและกินจุ 5. มีแผลหายยาก มีการติดเชื้อตามผิวหนัง เนื่องจากความสามารถของเม็ดเลือดขาวในการกำจัดเชื้อโรคลดลงหรือคันตามผิวหนัง มีการติดเชื้อราโดยเฉพาะบริเวณที่อับ ช่องคลอด และชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า

5 วิธีป้องกันเบาหวาน

5 วิธีป้องกันเบาหวานไว้อย่างนี้ 1. ลดความอ้วน: ถ้าน้ำหนักเกิน ให้พยายามลดความอ้วนให้ได้ 5-10% ของน้ำหนักเดิม เช่น ถ้าเดิมหนัก 60 กิโลกรัม ให้ลดน้ำหนักลงอย่างน้อย 3 กิโลกรัม ฯลฯ และออกกำลังเป็นประจำ วิธีนี้ลดความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานได้ 58% ใน 3 ปี 2. กินอาหารครบส่วน: หลีกเลี่ยงอาหารลดความอ้วน "สูตรพิเศษ (fad diets)" เช่น สูตรอาหารแป้ง-น้ำตาลต่ำ สูตรอาหารไร้ไขมัน ฯลฯ ซึ่งมีแนวโน้มจะทำให้น้ำหนักลดลงชั่วคราว และกลับเพิ่มขึ้นไปใหม่ หรือทำให้น้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ ควรกินอาหารครบทุกหมู่ โดยเน้นให้มีธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ฯลฯ ผัก ผลไม้ทุกมื้อ… สูตรง่ายๆ คือ "ผักครึ่งหนึ่ง อย่างอื่น(ครบทุกหมู่)ครึ่งหนึ่ง" 3. กินเส้นใย: การกินเส้นใยหรือไฟเบอร์ให้มากพอทุกวันช่วยลดควมเสี่ยงโรคเบาหวาน และเส้นเลือดหัวใจอุดตัน เส้นใย(ไฟเบอร์)ช่วยให้อิ่มนาน ไม่หิวบ่อย และป้องกันโรคอ้วน โดยการช่วยดูดซับน้ำตาล และปล่อยเข้าไปในเลือดช้าๆ ทำให้น้ำตาลขึ้นช้า-ลงช้า ไม่ขึ้นลงวูบๆ วาบๆ แบบแฟชั่น ควรกินเส้นใยอย่างน้อยวันละ 25 กรัม กินเส้นใยให้หลากหลายจากข้าวกล้องหรือขนมปังโฮลวีท(สีรำ – ไม่ขัดสี) ผัก ผลไม้ ถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง(นัท) และเมล็ดพืช 4. กินข้าวกล้อง: ข้าวกล้องหรือธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ขนมปังโฮลวีท(สีรำ) ฯลฯ มีเส้นใย(ไฟเบอร์) วิตะมิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ ฯลฯ มากมาย คนที่กินข้าวกล้องมีโอกาสกินเส้นใยเพียงพอทุกวัน มากกว่าคนที่กินข้าวขาว ถ้าซื้ออาหารสำเร็จรูปควรดูด้วยว่า มีเส้นใยถึง 3 กรัมต่อหน่วยบริโภค (serving) หรือไม่ เพื่อให้ได้เส้นใยมากพอทุกวัน 5. ออกกำลังและใช้แรง: การออกกำลังมีส่วนช่วยควบคุมน้ำหนัก รักษามวลกล้ามเนื้อ และช่วยให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายไวต่อฮอร์โมนอินซูลินมากขึ้น ทำให้ร่างกายนำน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น และระดับน้ำตาลในเลือดลดลง การออกกำลังพื้นฐานที่น่าทำคือ การเดินให้มากขึ้น และการเดินขึ้นลงบันได ถ้าเป็นไปได้… ควรเดินให้เพิ่มขึ้นทั้งแบบเดินเร็ว และเดินช้า การเดินเร็วควรทำทุกวัน วันละ 30 นาที การเดินช้าควรทำหลังอาหาร โดยเดินช้าๆ ให้ได้อย่างน้อยมื้อละ 10 นาที ถ้ากินข้าววันละ 3 มื้อจะได้เวลาเดินช้ารวมกัน 30 นาที

"น้ำมันมะกอก" แก้นอนกรน

"น้ำมันมะกอก" แก้นอนกรน วิธีแก้แบบปัจจุบันทันด่วน...เพียงแค่ให้เจ้าตัวนอนในท่าตะแคง หรือเกือบๆ คว่ำ ช่วยลดเสียงกรนลงได้ ส่วนวิธีแก้แบบระยะยาว "น้ำมันมะกอก" ช่วยได้ โดยใช้น้ำมันมะกอกชนิดสำหรับทำอาหาร (จะให้ดีควรเลือกแบบ Extra virgin olive oil) กิน 4-5 หยดก่อนนอน ที่สำคัญควรทำควบคู่กับการคุมน้ำหนักตัว เท่านี้โลกก็กลับมาสงบอีกครั้ง