วันจันทร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
ผักเขลียง : ราชินีผักพื้นบ้าน
ผักเขลียงมีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Gnetum gnemon L. Var. tenerum Markgr. เป็นพืชเมล็ดเปลือย มีชื่อเรียกพื้นบ้านแตกต่างออกไปในแต่ละท้องถิ่น เช่น เหลียง (ชุมพร ระนอง ประจวบคีรีขันธ์-ใต้), เหมียง (พังงา ภูเก็ต กระบี่-ใต้), เขลียง เรียนแก่ (นครศรีธรรมราช), เหรียง (สุราษฎร์ธานี), ผักกะเหรี่ยง (ชุมพร), ผักเมี่ยง (พังงา)
ผักเขลียงหรือผักเหลียง ถ้าเป็นชาวปักษ์ใต้แท้ก็จะเรียกผักเขลียง เป็นผักที่มีในท้องถิ่นภาคใต้ เดิมเป็นผักป่าขึ้นเองทั่วไปในธรรมชาติ พบขึ้นในป่าดิบ ตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรีถุงนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะเทือกเขาหลวงนครศรีธรรมราช ต่อมานิยมบริโภคกว้างขวางมากขึ้น ก็มีชาวบ้านเอามาปลูกร่วมกับพืชอื่นๆในสวน โดยเฉพาะในสวนยางพารา ปรากฏว่าต้นงามและรสชาติอร่อย จากนั้นก็ขยายพันธุ์และปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ
ผักเขลียงเป็นไม้ต้นขนาดเล็ก พุ่มสูงประมาณ 3-4 เมตร ปลายใบเรียวแหลมและปลายใบมนแหลม ใบสีเขียวเป็นมันสดใสเมื่ออยู่ในร่มเงา แต่ถ้าอยู่ในที่โล่งใบจะสีจาง เหลืองหรือขาวทั้งใบ ขยายพันธุ์ได้หลายวิธี ทั้งการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำหรือใช้ต้นจากรากแขนงปลูกได้ทั้งนั้น ไม่ชอบแสงแดดและความร้อนสูง เจริญเติบโตดีในสภาพร่มเงา พบทั่วไปตามเนินเขาและที่ราบ ให้ผลผลิตมากที่สุดในฤดูร้อน คือ เดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน และผลผลิตต่ำสุดในช่วงฤดูฝน คือ เดือนพฤศจิกายน-มกราคม ปัจจุบันกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกตัวหนึ่ง และมีการนำไปทดลองปลูกตามตามอื่นๆ ทั้งเหนือ กลาง อีสาน มากขึ้น โดยเฉพาะการปลูกคู่กับยางพารา จนเรียกว่าพืชร่วมยาง ซึ่งได้ประโยชน์จากร่มเงาของต้นยางช่วยให้รสชาติผักอร่อยยิ่งขึ้น
ผักเขลียงได้ชื่อว่าเป็นราชินีของผักพื้นบ้านภาคใต้ ด้วยรสชาติอร่อยถูกปาก มีรสชาติหวานมัน อมขมและติดฝาดเล็กน้อย จะเลือเอาใบอ่อนมาปรุงเป็นอาหาร ชาวบ้านใช้เป็นผักเหนาะรับประทานคู่กับอาหารที่มีรสเผ็ดจัด ช่วยตัดรสจัดจ้าน ลดความเผ็ดลงได้ และถ้านำไปผัดน้ำมันหอย ผัดไข่ ลวกจิ้มน้ำพริก ต้มกะทิ แกงเลียง ทำห่อหมก ก็อร่อยเลิศรส เพิ่มคุณค่าให้สารอาหารครบถ้วน
ถ้ากล่าวถึงสารอาหารในผักเขลียงที่ได้รับการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการจากภาคอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่าใบเขียวเข้มของผักเขลียงอุดมด้วยสารเบต้าแคโรทีนสูงมาก มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ทั้งยังเป็นสารตั้งต้นสร้างวิตามินเอว่า ผักเขลียง 100 กรัม หรือ 1 ขีด ไม่รวมก้าน ให้เบต้าแคโรทีนสูงถึง 1,089 ไมโครกรัมหน่วยเรตินัล สูงกว่าที่มีในผักบุ้งจีน 3 เท่า มากกว่าผักบุ้งไทย 5-10 เท่า และมากกว่าใบตำลึงหรือผักที่ถือว่าเป็นสุดยอดของแหล่งเบต้าแคโรทีนอย่างแครอท ก็ไม่ได้มีมากไปกว่าผักเขลียงเลย เบต้าแคโรทีนเป็นสารสีส้ม แต่กลับมองไม่เห็นสีส้มในผักเขลียงเพราะมันถูกสีเขียวของใบผักปกปิดไว้จนหมด กินผักเขลียงจึงให้ทั้งคุณค่าของเบต้าแคโรทีน ซึ่งเหมาะกับเด็กที่กำลังเจริญเติบโตและผู้ที่มีปัญหาในเรื่องสายตาหรือการขาดวิตามินเอ
เจ้าสารเบต้าแคโรทีนนั้น เมื่อไปจับกับไขมันจะเปลี่ยนเป็นโปรวิตามินเอ (วิตามินเอถ้าได้จากสัตว์จะอยู่ในรูปของวิตามินเอ แต่ถ้าได้จากพืชจะอยู่ในรูปของเบต้าแคโรทีน และเมื่อจับกับน้ำมันจะเปลี่ยนรูปไปเป็นวิตามินเอ เราเรียกว่าโปรวิตามินเอ) ซึ่งมีประโยชน์ในการแก้ตาบอดกลางคืนหรือตาฝ้าฟางได้ดี
การทำงานของเบต้าแคโรทีนในการบำรุงสุขภาพของดวงตา เบต้าแคโรทีนจะย่อยสลายที่ตับแล้วจะได้วิตามินเอ ซึ่งร่างกายนำไปใช้สร้างสารโรดอปซินในดวงตา ส่วนเรตินา ทำให้ตามีความสามารถในการมองเห็นในตอนกลางคืนได้ และยังลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจกด้วย
ประโยชน์ถัดมาคือลดความเสี่ยงต่อภาวะมะเร็ง จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญตัวหนึ่ง เมื่อร่างกายมีสารตัวนี้จึงช่วยป้องกันการเกิดเซลล์เนื้อร้ายหรือเซลล์มะเร็งได้ และยังช่วยกระตุ้นเซลล์ภูมิต้านทานในร่างกายที่ชื่อทีเฮลเปอร์ ให้ทำงานต้านสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น ให้ผลดีกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็ง และที่สำคัญกลุ่มสารดังกล่าวยังช่วยเติมความเปล่งปลั่งให้กับผิว ป้องกันความเหี่ยวย่น ชะลอความชราหรือต้านความแก่ได้ดี
ซึ่งสอดคล้องกับบันทึกของตำรายาสมุนไพรของชาวบ้านที่กล่าวว่า ผักเหมียงมีประโยชน์ต่อร่างกายเมื่อรับประทานแล้วจะช่วยบำรุงสายตา ทำให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า แก้กระหายน้ำได้ดี โดยส่วนมากชาวสวนยางจะรู้ดีในเรื่องดี เวลากระหายน้ำหรือเหนื่อยมักจะเด็ดยอดอ่อนสด ๆ เคี้ยวไปเรื่อย ๆ ซึ่งจะช่วยลดการกระหายน้ำได้
นอกจากนี้ กลุ่มสารอาหารที่สำคัญที่พบคือพวกวิตามินบี ซึ่งช่วยในเรื่องของระบบประสาท บำรุงประสาทได้ดี วิตามินบีหนึ่งนั้นดีต่อสมองและความจำ วิตามินบี 2 ช่วยเผาผลาญกรดอะมิโนจากโปรตีน คาร์โบไฮเดรตและไขมัน ให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย ไนอาซินช่วยให้กระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกายเป็นไปด้วยดี และทำให้กระบวนการผลิตไขมันที่จำเป็นเป็นไปด้วยดี
เมื่อทราบประโยชน์ของผักเขลียงและได้ลิ้มลองรสชาดผักเขลียงแล้ว อาจจะหลงเสน่ห์อาหารปักษ์ใต้เอาได้ง่ายๆ เลยทีเดียวค่ะ
วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
เยือนชุมชน เศรษฐกิจพอเพียง
โครงการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ ทำมาก่อนหน้านี้แล้วเป็นยุคนำร่องแรกเริ่มของการดำเนินงาน ชาวบ้านได้ทำมาก่อนแล้ว ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จที่เกิดก่อนโครงการ โครงการชุมชนแค่เข้าไปจัดการให้เป็นระบบ เพื่อให้มีแบบแผน มีกิจกรรมรองรับเท่านั้น ทำให้มีการต่อยอดไปถึงการรณรงค์การบริโภคพืชผักปลอดสารพิษ การทำอาหารเมนูสุขภาพอย่างเป็นระบบมากขึ้น สังเกตได้ว่าชุมชนได้นำ สิ่งที่มี สิ่งที่เห็น หรือสิ่งที่เป็น อยู่แล้วมาเป็นจุดของการเริ่มต้นหลักในการทำ แล้วค่อยๆขยายต่อไปยังส่วนอื่นๆที่ซับซ้อนขึ้น เริ่มง่ายๆแต่ได้ผล
โครงการสายใยวัฒนธรรมไทย สายใยชุมชน แนวคิดแบบพิพิธภัณฑ์ คือการที่จะรวบรวมเอาภูมิปัญญาของคนสมัยก่อนและภูมิปัญญาของชุมชน ในปัจจุบันมารวมร้อยไว้ด้วยกัน เรียกสิ่งนี้ว่า ทุนทางภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งอาจแบ่งแยกตามลักษณะของการจัดการของ ต.หนองเส ได้ ๒ แบบ ภูมิปัญญาทางวัตถุ เช่นเครื่องมือโบราณต่างๆจอบ พร้า คันไถ หรือครกตำข้าว และ ภูมิปัญญาทางความคิด เช่นการร่วมมือ เสนอแนะ โต้แย้ง สอดแทรก หลักความเชื่อ โชคลาง พิธีกรรมต่างๆ อันก่อให้เกิดความควบแน่นทางชุมชน นอกจากนี้การนำเอาภูมิปัญญาทั้งเก่าใหม่มารวมร้อยไว้ด้วยกัน ก็ก่อให้เกิดการวิวัฒน์เครื่องมือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆต่างๆขึ้นมาเพื่อสะดวกแก่การใช้งาน เช่น การนำมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้กับเครื่องตำข้าว เป็นต้น หลักการคิดดังกล่าวนี้อาจจะถูกเผยแพร่และดัดแปลงไปสู่สิ่งประดิษฐ์คิดค้นอื่นๆอีกตามมา อาจจะเป็นตัวชุมชนเองหรือจากบุคคลอื่นๆที่เข้ามาเรียนรู้ศึกษาชุมชน ถือเป็นความเกี่ยวข้องต่อเนื่อง รวบรวม เซาะซึมไปสู่ยังบุคคลรุ่นใหม่ของชุมชนหนองเสเอง เพราะทุกคนก็จะมารวมกันอยู่ที่นี่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร
โครงการลดเลี่ยงลดโรค นี่คือผลจากการทำในสิ่งที่มี สิ่งที่เห็น หรือสิ่งที่เป็น จากโครงการที่หนึ่งคือ โครงการผักสวนครัวรั้วกินได้ เป็นผลพลอยได้ที่ชุมชนได้รับจึงทำให้ชุมชนตระหนักถึงเรื่องสุขภาพอนามัยจึงเป็นที่มาของความร่วมมือที่ชัดเจน เข้าใจ จนได้รับรางวัลจากทางอำเภอในการดูแลเอาใจใส่สุขภาพของคนในชุมชน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในเมื่อศาลาแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของชุมชน เป็นสถานที่ที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม เป็นศูนย์รวมความคิด ทุกเพศ ทุกกลุ่ม ทุกวัย ดังนั้นเมื่อผู้นำดี แนวคิดดี ทำสิ่งที่มีอยู่ก่อนแล้วในชุมชน โดยเน้นไปที่สุขภาพของคนในชุมชน ทุกคนก็พร้อมที่จะร่วมมือ คนในชุมชนก็พร้อมที่จะนำพาไปปฏิบัติและเมื่อปฏิบัติแล้วเห็นผลจึงเป็นการง่ายที่จะเชื่อมต่อไปยังเป้าหมายอื่นกิจกรรมอื่นๆที่ใหญ่กว่า
การเลี้ยงปลากระชัง โดยลักษณะของพื้นที่อันเป็นแหล่งน้ำที่สมบูรณ์การเลี้ยงปลาจึงถือเป็นการเลี้ยงเพื่อที่ชุมชนจะได้บริโภคโปรตีนจากเนื้อปลาในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด ถือเป็นการลดค่าใช้จ่ายในภาคครัวเรือนได้อีกทางหนึ่งด้วย อีกทั้งเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบเพื่อป้อนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรที่ทำปลาดุกร้าคลองเสอีกทางหนึ่ง โดยปลาที่เลี้ยงไว้ก็เช่นปลาดุก ปลาทับทิม ปลานิล ปลาสวาย เป็นต้น นอกจากนี้ในภาคบริหารจัดการ ก็คงไว้ซึ่งความพอดีในการเลี้ยงที่ไม่มากมาย จนก่อให้เกิดปัญหาด้านมลพิษทางน้ำ คงไว้ซึ่งหลักการของความไม่เบียดเบียนธรรมชาติที่เป็นอยู่
ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งแผ่นดิน ตลอดการครองราชย์กว่า 70 ปี พระองค์ทรงงานหนักโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพียงเพื่อมุ่งหวังให้การช่วยเหลือ พสกนิกรของพระองค์ ให้มีชีวิตการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มรดกทางภูมิปัญญาของพระองค์ท่าน ยังคงดำรงอยู่ เคียงคู่กับผืนแผ่นดินไทยตลอดกาล ปรัชยาเศรษฐกิจพอเพียง ถือเป็นศาสตร์ที่ช่วยนำพาประเทศไทย ผ่านพ้นวิกฤตและปัญหามาได้เป็นระยะเวลายาวนาน จนมีผลเป็นที่ประจักษ์ตือสายตาพสกนิกรทั้งแผ่นดิน และได้รับการยอมรับจากนานาประเทศไปทั่วโลก เนื่องจากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่บุคคล ชุมชน และสังคมซึ่งองค์การสหประชาชาติได้สนับสนุนให้ประเทศต่างๆที่เป็นสมาชิกทั่วโลกยึดเป็นแนวทางสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และนายโคฟี่ อันนัน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล "ความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์" ปัจจุบันปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงถือเป็นปรัชญาที่สอดคล้องกับหลักการพัฒนาของโลกว่าด้วยเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ
วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558
การแจ้งความคนหาย ไม่มีกฏหมายข้อใดระบุว่าต้องรอให้เวลาผ่านไป 24 ชั่วโมงจึงจะแจ้งความได้ ญาติสามารถไปสถานีตำรวจท้องที่ที่คนหาย เพื่อแจ้งความและให้รายละเอียดกับพนักงานสอบสวน และควรขอสำเนาบันทึกประจำวันและหมายเลขโทรศัพท์มือถือของพนักงานสอบสวน เพื่อประสานงานหรือสอบถามความคืบหน้าด้วย
ปัญหาที่ญาติคนหายพบเสมอในการแจ้งความ คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความ โดยให้เหตุผลว่า คนหายยังหายไปไม่ถึง 24 ชั่วโมง ถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของผู้ปฏิบัติ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจใช้ดุลพินิจในการไม่รับแจ้งความกรณีไม่สมเหตุสมผล เช่น คนหายขาดการติดต่อ หรือกลับบ้านคลาดเคลื่อนจากเวลาปกติ แต่ถ้าเป็นกรณีเด็กเล็ก คนชรา หรือผู้ป่วยที่มีอาการทางสมอง สามารถแจ้งความได้ทันที
ก่อนหน้านี้มูลนิธิกระจกเงา ได้รณรงค์ให้มีการปรับเปลี่ยนทัศนคติของตำรวจผู้ปฏิบัติงาน และต้องมีกระบวนการสืบสวนติดตามในทันที เพราะช่วงเวลา 48 ชั่วโมงแรกถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการค้นหา โดยหลังจากคดี"น้องการ์ตูน" สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำชับพนักงานสอบสวนทุกท้องที่ให้รับแจ้งความคนหายในทุกกรณี และทำการสืบสวนสอบสวนตามหาคนหายทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมง
4 วิธีเลี่ยงเมื่อยจากการทำงาน!
1. จัดท่านั่งให้เหมาะสม: นั่งให้คอและหลังตรง พิงพนักเก้าอี้ พยายามกดไหล่และสะบักลงเพื่อป้องกันการนั่งหลังค่อม เวลาพิมพ์งาน ให้วางมือและแขนโดยงอศอกทำมุม 90 องศา ท่านั่งที่ถูกคือให้ข้อสะโพก เข่าและข้อเท้าทำมุม 90 องศา จะช่วยลดอาการตึงกล้ามเนื้อหรือข้อต่อที่เกิดขึ้นจากท่านั่งที่ไม่ดี
2. ทุกๆ ชั่วโมงให้เปลี่ยนอิริยาบทในการนั่ง และทุกๆ 15 นาที ควรพักสายตาบ้าง
3. หากปวดบ่า คอ ไหล่หรือสะบัก ให้ประคบอุ่นประมาณ 20 – 30 นาทีหรืออาบน้ำอุ่นให้ไหลผ่านกล้ามเนื้อที่ตึง และนอนพัก เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายความตึง
4. ออกกำลังกายเป็นประจำเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ไม่ค่อยได้ใช้และเพื่อผ่อนคลาย
อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์
โรคเกาต์เกิดจาก กรดยูริกที่เป็นตัวการทำให้ข้ออักเสบ ซึ่งกรดยูริกนี้เกิดมาจาก สารพิวรีน ที่มีอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว และมาจากอาหารที่รับประทานเข้าไป ซึ่งการควบคุมกินก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยควบคุมกรดยูริกได้ มาดูกันว่าอาหารแบบไหนที่มี สารพิวรีน ห้ามกิน และอาหารแบบไหนที่ผู้ป่วยโรคเกาต์สามารถกินได้
- ควรงดเว้น ตับ น้ำต้มเนื้อ น้ำสกัดจากเนื้อเข้มข้น ปลาไส้ตัน น้ำปลาและกะปิที่ทำจากปลาไส้ตัน ปลาซาร์ดีน ยีสต์ และอาหารที่ใช้ยีสต์หมัก เช่น เบียร์ หอยเชลล์ ปลาทู ปลารัง เนื้อไก่ เป็ด นก ไข่ปลา เพราะเป็นอาหารที่มีสารพิวรีนมาก
- กินได้ในปริมาณที่จำกัด คือ เนื้อวัว กระเพาะ ผ้าขี้ริ้ว เอ็น เนื้อหมู เนื้อปลา ปู กุ้ง หอย ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วดำ หน่อไม้ฝรั่ง ผักขม เห็ด ดอกกะหล่ำ ชะอม กระถิน มีสารพิวรีนปานกลาง
- กินได้โดยไม่แสดงอาการ คือ ข้าว ขนมจีน เส้นก๋วยเตี๋ยว วุ้นเส้น บะหมี่ ขนมปังปอนด์ ข้าวโพด แคร็กเกอร์สีขาว มักกะโรนี นม ผลิตผลจากนม ไข่ น้ำมัน น้ำมันพืช น้ำมันหมู กะทิ เนย ผักผลไม้ทุกชนิด เกาลัด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ขนมหวานต่างๆ เค้ก คุกกี้ เครื่องดื่ม กาแฟ ชา โกโก้ ช็อกโกแลต ซึ่งมีสารพิวรีนน้อย หรือเกือบไม่มีเลย
นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคเกาต์ ควรดื่มน้ำวันละมากๆ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
5 สัญญาณ เสี่ยงเบาหวาน
1. ปัสสาวะบ่อยๆ และจำนวนมาก จากการที่ไตกรองน้ำตาลออกมาสู่ปัสสาวะ และดึงน้ำออกมาด้วย ฉะนั้นยิ่งน้ำตาลในเลือดสูงมากขึ้นเท่าใดก็ยิ่งทำให้ผู้ป่วยเบาหวานถ่ายปัสสาวะบ่อยและจำนวนมากขึ้นเท่านั้น
2. น้ำหนักลด ผอมลงและอ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากร่างกายเอาน้ำตาลไปใช้พลังงานไม่ได้เพราะขาดอินซูลิน จึงมีการสลายพลังงานจากไขมันและโปรตีนที่เก็บสะสมมาใช้เป็นพลังงานแทน จึงทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและน้ำหนักลดลง
3. คอแห้ง กระหายน้ำและดื่มน้ำมาก เนื่องจากร่างกายเสียน้ำทางปัสสาวะจำนวนมาก จึงเกิดการขาดน้ำทำให้กระหายน้ำมาก ดื่มน้ำบ่อยเพื่อชดเชยส่วนที่เสียไป
4. หิวบ่อย และกินมากขึ้น เป็นผลจากร่างกายขาดพลังงานเนื่องจากไม่สามารถนำน้ำตาลกลูโคสในเลือดไปใช้ได้ร่วมกับมีการสลายเนื้อเยื่อต่างๆภายในร่างกาย เพื่อชดเชยภาวะนี้จึงมีอาการหิวบ่อยและกินจุ
5. มีแผลหายยาก มีการติดเชื้อตามผิวหนัง เนื่องจากความสามารถของเม็ดเลือดขาวในการกำจัดเชื้อโรคลดลงหรือคันตามผิวหนัง มีการติดเชื้อราโดยเฉพาะบริเวณที่อับ ช่องคลอด และชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า
1. ปัสสาวะบ่อยๆ และจำนวนมาก จากการที่ไตกรองน้ำตาลออกมาสู่ปัสสาวะ และดึงน้ำออกมาด้วย ฉะนั้นยิ่งน้ำตาลในเลือดสูงมากขึ้นเท่าใดก็ยิ่งทำให้ผู้ป่วยเบาหวานถ่ายปัสสาวะบ่อยและจำนวนมากขึ้นเท่านั้น
2. น้ำหนักลด ผอมลงและอ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากร่างกายเอาน้ำตาลไปใช้พลังงานไม่ได้เพราะขาดอินซูลิน จึงมีการสลายพลังงานจากไขมันและโปรตีนที่เก็บสะสมมาใช้เป็นพลังงานแทน จึงทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและน้ำหนักลดลง
3. คอแห้ง กระหายน้ำและดื่มน้ำมาก เนื่องจากร่างกายเสียน้ำทางปัสสาวะจำนวนมาก จึงเกิดการขาดน้ำทำให้กระหายน้ำมาก ดื่มน้ำบ่อยเพื่อชดเชยส่วนที่เสียไป
4. หิวบ่อย และกินมากขึ้น เป็นผลจากร่างกายขาดพลังงานเนื่องจากไม่สามารถนำน้ำตาลกลูโคสในเลือดไปใช้ได้ร่วมกับมีการสลายเนื้อเยื่อต่างๆภายในร่างกาย เพื่อชดเชยภาวะนี้จึงมีอาการหิวบ่อยและกินจุ
5. มีแผลหายยาก มีการติดเชื้อตามผิวหนัง เนื่องจากความสามารถของเม็ดเลือดขาวในการกำจัดเชื้อโรคลดลงหรือคันตามผิวหนัง มีการติดเชื้อราโดยเฉพาะบริเวณที่อับ ช่องคลอด และชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า
5 วิธีป้องกันเบาหวาน
5 วิธีป้องกันเบาหวานไว้อย่างนี้
1. ลดความอ้วน:
ถ้าน้ำหนักเกิน ให้พยายามลดความอ้วนให้ได้ 5-10% ของน้ำหนักเดิม เช่น ถ้าเดิมหนัก 60 กิโลกรัม ให้ลดน้ำหนักลงอย่างน้อย 3 กิโลกรัม ฯลฯ และออกกำลังเป็นประจำ วิธีนี้ลดความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานได้ 58% ใน 3 ปี
2. กินอาหารครบส่วน:
หลีกเลี่ยงอาหารลดความอ้วน "สูตรพิเศษ (fad diets)" เช่น สูตรอาหารแป้ง-น้ำตาลต่ำ สูตรอาหารไร้ไขมัน ฯลฯ ซึ่งมีแนวโน้มจะทำให้น้ำหนักลดลงชั่วคราว และกลับเพิ่มขึ้นไปใหม่ หรือทำให้น้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ
ควรกินอาหารครบทุกหมู่ โดยเน้นให้มีธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ฯลฯ ผัก ผลไม้ทุกมื้อ… สูตรง่ายๆ คือ "ผักครึ่งหนึ่ง อย่างอื่น(ครบทุกหมู่)ครึ่งหนึ่ง"
3. กินเส้นใย:
การกินเส้นใยหรือไฟเบอร์ให้มากพอทุกวันช่วยลดควมเสี่ยงโรคเบาหวาน และเส้นเลือดหัวใจอุดตัน
เส้นใย(ไฟเบอร์)ช่วยให้อิ่มนาน ไม่หิวบ่อย และป้องกันโรคอ้วน โดยการช่วยดูดซับน้ำตาล และปล่อยเข้าไปในเลือดช้าๆ ทำให้น้ำตาลขึ้นช้า-ลงช้า ไม่ขึ้นลงวูบๆ วาบๆ แบบแฟชั่น
ควรกินเส้นใยอย่างน้อยวันละ 25 กรัม กินเส้นใยให้หลากหลายจากข้าวกล้องหรือขนมปังโฮลวีท(สีรำ – ไม่ขัดสี) ผัก ผลไม้ ถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง(นัท) และเมล็ดพืช
4. กินข้าวกล้อง:
ข้าวกล้องหรือธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ขนมปังโฮลวีท(สีรำ) ฯลฯ มีเส้นใย(ไฟเบอร์) วิตะมิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ ฯลฯ มากมาย คนที่กินข้าวกล้องมีโอกาสกินเส้นใยเพียงพอทุกวัน
มากกว่าคนที่กินข้าวขาว ถ้าซื้ออาหารสำเร็จรูปควรดูด้วยว่า มีเส้นใยถึง 3 กรัมต่อหน่วยบริโภค (serving) หรือไม่ เพื่อให้ได้เส้นใยมากพอทุกวัน
5. ออกกำลังและใช้แรง:
การออกกำลังมีส่วนช่วยควบคุมน้ำหนัก รักษามวลกล้ามเนื้อ และช่วยให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายไวต่อฮอร์โมนอินซูลินมากขึ้น ทำให้ร่างกายนำน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น และระดับน้ำตาลในเลือดลดลง การออกกำลังพื้นฐานที่น่าทำคือ การเดินให้มากขึ้น และการเดินขึ้นลงบันได
ถ้าเป็นไปได้… ควรเดินให้เพิ่มขึ้นทั้งแบบเดินเร็ว และเดินช้า การเดินเร็วควรทำทุกวัน วันละ 30 นาที การเดินช้าควรทำหลังอาหาร โดยเดินช้าๆ ให้ได้อย่างน้อยมื้อละ 10 นาที ถ้ากินข้าววันละ 3 มื้อจะได้เวลาเดินช้ารวมกัน 30 นาที
"น้ำมันมะกอก" แก้นอนกรน
"น้ำมันมะกอก" แก้นอนกรน
วิธีแก้แบบปัจจุบันทันด่วน...เพียงแค่ให้เจ้าตัวนอนในท่าตะแคง หรือเกือบๆ คว่ำ ช่วยลดเสียงกรนลงได้
ส่วนวิธีแก้แบบระยะยาว "น้ำมันมะกอก" ช่วยได้ โดยใช้น้ำมันมะกอกชนิดสำหรับทำอาหาร (จะให้ดีควรเลือกแบบ Extra virgin olive oil) กิน 4-5 หยดก่อนนอน ที่สำคัญควรทำควบคู่กับการคุมน้ำหนักตัว
เท่านี้โลกก็กลับมาสงบอีกครั้ง
วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557
ทุกวันนี้โลกร้อนขึ้นเพียงใด
ทุกวันนี้อุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลกเพิ่มขึ้นประมาณ ๑ องศาเซลเซียส เปรียบเทียบกับเมื่อประมาณ ๑๐๐ ปีที่แล้ว โดยเฉพาะช่วงหลัง ค.ศ. ๑๙๘๐ อุณหภูมิของโลกได้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ฟังดูเผินๆ อาจเข้าใจว่า โลกร้อนขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่อย่าลืมว่านั่นคืออุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีของทั้งโลกในรอบ ๑๐๐ ปีที่ผ่านมา ในความเป็นจริงแผ่นดินมักจะร้อนกว่าพื้นน้ำ กล่าวคือในขณะที่แผ่นดินซึ่งมีพื้นที่เพียงประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นผิวโลกร้อนขึ้น ๓-๔ องศาเซลเซียส ทะเลซึ่งมีพื้นผิวมากกว่าแผ่นดินถึง ๔ เท่าอาจจะร้อนขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่การที่ทั้งโลกร้อนเพิ่มขึ้น ๑ องศาได้นั้น นั่นหมายความว่าแผ่นดินจะต้องร้อนเพิ่มขึ้นมากกว่าทะเลถึง ๔ เท่า และยังหมายถึงว่า อุณหภูมิระหว่างแผ่นดินกับพื้นน้ำที่แตกต่างกันมากขึ้นนั้น จะทำให้ลมที่พัดจากทะเลเข้าหาฝั่งอย่างลมมรสุมหรือลมประจำถิ่นอื่นๆ พัดรุนแรงขึ้น พายุหมุนจึงมีโอกาสเกิดได้บ่อยขึ้นด้วย
IPCC รายงานว่า ภายในสิ้นศตวรรษที่ ๒๑ หรืออีก ๑๐๐ ปีข้างหน้า หากอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ยังเป็นเช่นนี้อยู่ อุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลกอาจจะเพิ่มขึ้นถึง ๖ องศาเซลเซียส คือเพิ่มในอัตราเร็วขึ้นถึง ๑๐ เท่าจากปัจจุบัน
๑๐ วิธีในการช่วยลดภาวะโลกร้อน
๑. ต้องยอมรับก่อนว่า สาเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อนมิได้มาจากประเทศอุตสาหกรรมหรือประเทศพัฒนาแล้วเป็นหลัก แต่เราทุกคนบนพื้นผิวโลก รวมทั้งคนไทยด้วย ต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของต้นเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อน เพราะการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไฟฟ้า การเดินทาง การขนส่ง การบริโภค การสร้างที่พักอาศัย การซื้อของ ล้วนมีส่วนสำคัญในการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ
๒. ประหยัดการใช้พลังงานทุกชนิด โดยเฉพาะไฟฟ้า เพราะเชื้อเพลิงสำคัญในการผลิตไฟฟ้า คือ น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ ล้วนแต่ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ก่อภาวะเรือนกระจกทั้งสิ้น เลือกอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า เช่นเปลี่ยนมาใช้หลอดประหยัดพลังงาน เพราะหลอดไฟที่ใช้กันอยู่ทั่วไปเปลี่ยนพลังงานเพียงร้อยละ ๑๐ เท่านั้นให้เป็นแสงสว่าง ส่วนพลังงานอีกร้อยละ ๙๐ สูญเสียไปในรูปของความร้อน และถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดเมื่อเลิกใช้งาน
๓. หลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ส่วนตัว เพื่อเป็นการประหยัดการใช้น้ำมัน ถ้าไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงการโดยสารเครื่องบิน ดังที่รายงานของสถาบันสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศแนะนำว่า ควรใช้บริการรถไฟสำหรับการเดินทางในระยะทางไม่เกิน ๖๔๐ กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยลดจำนวนเที่ยวบินลงได้ถึงร้อยละ ๔๕ และบรรดานักธุรกิจควรใช้ระบบการประชุมผ่านวิดีโอแทนการให้พนักงานขึ้นเครื่องบินไปร่วมการประชุม
๔. คิดก่อนจะซื้อสิ่งของ เพราะการผลิตและการขนส่งสินค้าเกือบทุกชนิดล้วนแต่ใช้พลังงานทั้งสิ้น ก่อนจะซื้ออะไรลองถามตัวเองว่าสิ่งนั้นจำเป็นเพียงใด หรือลองเปลี่ยนจากการซื้อของใหม่เป็นการซ่อมหรือใช้ของมือสองแทน
๕. ลดการกินทิ้งกินขว้าง เพราะเศษอาหารและของที่บูดเน่าเมื่อไปทับถมอยู่ที่กองขยะจะกลายเป็นแหล่งผลิตก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญอีกตัวหนึ่ง
๖. บริโภคของที่ผลิตในประเทศ เพราะการซื้อสินค้าจากต่างประเทศย่อมต้องสิ้นเปลืองพลังงานในการขนส่ง การกินอาหารท้องถิ่นจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า เช่นหันมากินปลาทูแทนปลาแซลมอน เพราะนอกจากราคาถูกและทำให้เงินทองไม่รั่วไหลออกนอกประเทศแล้ว ยังช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย
๗. พกขวดน้ำติดตัวไปด้วยระหว่างการเดินทาง ขวดน้ำพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวสิ้นเปลืองพลังงานในการผลิตมหาศาล แถมยังทำให้เกิดขยะล้นโลก และในการกำจัดขยะก็ต้องใช้พลังงานอีกต่างหาก
๘. หลีกเลี่ยงการใช้ถุงพลาสติก เพราะการผลิตถุงพลาสติกใช้พลังงานอย่างมหาศาล ถ้าให้ดีนำถุงผ้าจากบ้านติดตัวไปด้วยเวลาซื้อของตามร้านค้า หากไม่จำเป็นควรบอกพนักงานขายว่าไม่เอาถุงพลาสติก เพราะเมื่อนำกลับบ้านแล้วคนส่วนใหญ่จะทิ้งลงถังขยะ ในประเทศสหรัฐอเมริกาใช้ถุงพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ถึงปีละ ๑ แสนล้านใบ
๙. ประหยัดการใช้กระดาษ อุตสาหกรรมการผลิตกระดาษใช้พลังงานมากเป็นอันดับ ๔ ทั้งยังก่อมลพิษทางน้ำ เป็นต้นเหตุของการทำลายป่าไม้ซึ่งเป็นตัวดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่สำคัญด้วย
๑๐. สนับสนุนการซื้อสินค้าจากบริษัทผู้ผลิตที่สนใจปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือลงทุนซื้อหุ้นในบริษัทที่มีส่วนในการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ผลิตที่อยากมีส่วนในการปกป้องโลก และเลิกสนับสนุนสินค้าของบริษัทที่ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
แก๊สโซฮอล์ (Gasohol)
แก๊สโซฮอล์ (Gasohol) น้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้จากการผสมระหว่าง เอทานอล * หรือเอทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 99.5%ผสมกับน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว ในอัตราส่วนเบนซิน 9 ส่วน เอทานอล 1 ส่วน จึงได้มาเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ออกเทน 95 ที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับน้ำมันเบนซิลพิเศษไร้สารตะกั่ว ออกเทน 95 แก๊สโซฮอล์ เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากแนวพระราชดำริใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2528 โดยทรงเล็งเห็นว่าประเทศไทยอาจประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมัน และปัญหาพืชผลทางการเกษตรมีราคาตกต่ำ จึงทรงมีพระราชดำริให้โครงการส่วนประองค์สวนจิตรลดาได้ศึกษากระบวนการผลิตแอลกอฮอล์จากอ้อย และนำแอลกอฮอล์ที่ผลิตได้นี้มาผสมกับน้ำมันเบนซิน ผลิตเป็นน้ำมัน “แก๊สโซฮอล์” เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน โดยโครงการส่วนพระองค์ได้เริ่มผลผลิตแอลกอฮอล์จากอ้อยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 และได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)